Skip to main content

หน้าหลัก

เปิดประตูแรงงานงาน ไทยเข้าเกาหลี : ลงนามร่วมรมว.แรงงานไทย – เกาหลี

          รมว.แรงงานไพฑูรย์ แก้วทอง เยือนเกาหลี ลงนามบันทึกข้อตกลงส่งแรงงานไทยเข้าไปทำงานในเกาหลี กับรัฐมนตรีแรงงานเกาหลี ‘ย้ำ’ แรงงานใช้ความอดทนและอย่าหนีนายจ้าง ‘แนะ’ คนที่มีทักษะภาษาเกาหลีจึงจะเป็นผู้ที่มีโอกาส และขอให้ใช้บริการอบรมภาษากับศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง
          สาธารณรัฐเกาหลี /12 เม.ย.52 นายไพฑูรย์ แก้วทอง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงแรงงานแห่งสาธารณรัฐเกาหลีและ กระทรวงแรงงานแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยการจัดส่งแรงงานไทยไปสาธารณรัฐ เกาหลีภายใต้ระบบการจ้างแรงงานต่างชาติ ( EPS : Employment Permit System) มีผลให้ประเทศไทยเป็น 1 ใน 15 ประเทศที่ทางการเกาหลีอนุญาตให้สามารถเข้าไปทำงานได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ยอดการจัดสรรจะเป็นไปตามสภาพความต้องการของฝ่ายนายจ้าง และ สภาพทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ในพิธีลงนามดังกล่าวนายสมชาย ชุ่มรัตน์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายพิชัย เอกพิทักษ์ดำรง อธิบดีกรมการจัดหางาน และผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายไทยและสาธารณรัฐเกาหลี และแรงงานไทยในเกาหลีจำนวนมาก ได้ร่วมเป็นสักขีพยาน จัดขึ้น ณ สวนสาธารณะฮวารัง เมืองอันซาน จังหวัดคองกิโด
          การมาลงนามในข้อตกลงการส่งแรงงานในระบบรัฐต่อรัฐในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 โดยไทยเป็น 1 ใน 15 ประเทศที่ทางการเกาหลีอนุญาตให้เข้ามาทำงาน ปกติจำนวนโควตาที่ได้รับการจัดสรรอยู่ที่ประมาณปีละ 1 หมื่นคน แต่เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยจึงมีผลกระทบต่อยอดโควต้าที่เกาหลีจะขอใช้ แรงงานต่างด้าวทั้งหมดซึ่งมีผลให้ในปีนี้ไทยได้รับการจัดสรรจำนวน4,900คน อยู่ในอันดับที่ 5 รองจากประเทศเวียดนาม (7,000 คน) ฟิลิปปินส์ (5,700 คน) ศรีลังกา (5,400 คน) อินโดนีเซีย (5,300 คน) จากทั้งหมด 15 ประเทศ รวมทั้งสิ้นเปิดให้แรงงานต่างชาติเข้ามาทำงาน 59,500 คน
โดยมีรายเฉลี่ย ของการเข้ามาทำงานตกอยู่ที่ประมาณเดือนละ27,000 บาท ส่งเงินกลับประเทศตกราวคนละ 25,000 บาทต่อเดือน
          นายไพฑูรย์ กล่าวภายหลังพิธีลงนามว่า“ขอให้ผู้ทีประสงค์จะเดินทางมาทำงานในสาธารณรัฐ เกาหลีได้ให้ความใส่ใจเป็นพิเศษในเรื่องของความพร้อมของภาษาเกาหลี เนื่องจากเป็นสิ่งที่ทางการเกาหลีเข้มงวดมาก ในปีหนึ่งๆมีผู้สมัครเข้าเรียนเป็นจำนวนมาก 2 – 3 หมื่นคน แต่มีผู้สอบผ่านเพียง 2-3 พันคนเท่านั้นและเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายและป้องกันการถูกหลอกลวงจึงขอให้ แรงงานที่สนใจจะไปทำงานในต่างประเทศได้สมัครเรียนภาษาเกาหลีกับศูนย์พัฒนา ฝีมือแรงงานซึ่งมีอยู่ในทุกจังหวัดทั่วประเทศโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและจากการ ได้พูดคุยกับรมว.แรงงงานเกาหลีทราบว่าเกาหลีอยากได้คนไทยมาทำงานเพิ่มขึ้น ขณะนี้สถานะของไทยอยู่ในอันดับ 5 ของ 15 ประเทศของจำนวนแรงงานที่เกาหลีอนุญาตให้เข้ามาทำงานได้ และขอให้สื่อมวลชนช่วยสร้างความเข้าใจกับแรงงานไทยว่าอย่าได้หลบหนีนายจ้าง เพราะจะมีผลต่อยอดการจัดสรรจำนวนโควต้าให้แรงงานไทยในภาพรวม”


148
TOP